การออมเงินหลังเกษียณ

  • @wollapoch
  • 05/12/2016
  • 0
aommoney1

คนเรามีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงวัย เหมือนวัฎจักรชีวิต เริ่มจากวัยเด็ก ที่ต้องพึ่งพาอาศัยผู้ใหญ่ พอเริ่มโตก็ต้องศึกษาเล่าเรียน เพื่อหางาน สร้างเงิน และสร้างตัว ซึ่งเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะไม่มี ความเกี่ยวข้องกับการเงิน และปัญหาของคนส่วนใหญ่ที่พบคือ รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงไม่สามารถเก็บออมเงินเพื่ออนาคตได้

จากสถิติการสุ่มตัวอย่างผู้ที่มีอายุ เกิน 65 ปี ของกรมแรงงานแห่งชาติ ที่ศึกษาเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของผู้ที่เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 25 ปี จนเกษียณอายุ พบว่ามีฐานะทางการเงินที่ติดลบจนน่าใจหาย

การออมเงินถือเป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนมองข้าม และบ่อยครั้งที่หาโอกาสออม แต่ยังไม่พร้อมด้วยสาเหตุหลายประการ บางคนทำงานมาทั้งปีแต่ยังไม่มีเงินเก็บ ในขณะที่เด็กบางคนยังไม่มีงานทำหรือเพิ่งเริ่มทำงาน แต่มีเงินเก็บหลายหมื่นบาท เพียงเพราะการได้รับการฝึกให้มีความพร้อมที่จะเก็บออมเงินมาตั้งแต่เด็กจน เป็นนิสัย น่าดีใจที่เด็กไทยบางคนออมเงินเป็นงานอดิเรก

ลองหยอดกระปุกเล่นๆ วันละ 50 บาท หนึ่งเดือนก็ 1,500 บาท เผลอแป๊บเดียวสิ้นปี มีเงินเก็บแล้วเกือบสองหมื่นเผลอๆ 4–5 ปี ก็มีเงินเป็นแสน แล้วถ้าลองออมด้วยวิธีอื่นบ้างตามคำแนะนำที่นำมาฝาก ถ้าทำได้จริง คงอุ่นใจ เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องเป็นภาระของสังคมหลังเกษียณ

ช่วงอายุกับการออมหลังเกษียณ

ช่วงอายุ 30-40 ปี เป็นช่วงวัยของการทำงานและความก้าวหน้า ช่วงก่อนอายุ 30 ปี เป็นช่วงสร้างตัว ช่วงนี้มีโอกาสในการเก็บออมสูง มีรายได้เข้ามาพอสมควร จึงควรเก็บออมให้ได้มากๆ เพราะช่วงอายุสามสิบปีขึ้นไปจะมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เนื่องจากเป็นรอยต่อของชีวิตคู่ซึ่งต้องมีครอบครัวจึงต้องแบกรับภาระค่าใช้ จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็น เงาตามตัว

ช่วงนี้ควรมีสัดส่วนการเงินสำหรับลง ทุน 50% และอีก 50% ควรเก็บไว้ในหลักทรัพย์ เช่น ธนาคารและตราสารหนี้เพื่อหาวิธีเพิ่มกำไรให้เงินต้น ส่วนการลงทุนควรเลือกทำธุรกิจเล็กๆ ที่สามารถขายความสามารถของ ตัวเอง โดยเลือกทางหรือวิธีที่เหมาะกับความชอบส่วนตัว หรือกระแสนิยมทางสังคมและเศรษฐกิจ แต่ไม่ควรลงทุนกับผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยง

ช่วงวัยนี้ยังติดกระแสฮิตทางสังคม อาจออมด้วยสินค้าแบรนด์เนม เพราะสามารถนำมาใช้และขายได้ราคา หรือการลงทุนร่วมหุ้นกับเพื่อนทำร้านกาแฟเล็กๆ ตามความชอบหรือกระแสสังคม และอีกวิธีหนึ่ง คือการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไรในอนาคต

ช่วงอายุ 50-60 ปี เป็นช่วงที่มีรายได้สูงสุดและเข้าสู่วัยเกษียณ เป็นช่วงที่มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน วัยนี้ควรเน้นการนำเงินส่วนใหญ่ ที่ได้ไปเก็บออมให้ได้ประมาณ70% เพราะมีเวลาทำงานอีกไม่นานก็จะเริ่มเข้าสู่วัยเกษียณ

วัย 50 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่เริ่มมีภาระน้อยลง เพราะบุตรหลานเริ่มเรียนจบและทำงานมีรายได้ ช่วงวัยหลังจากเกษียณ วัยนี้ไม่ควรทำธุรกิจที่มีความเสี่ยง แต่ควรลงทุนซื้อหุ้นในระยาว ไม่เกิน 30% ของเงินออม เพื่อเพิ่มพูนเงินออมให้มากขึ้น

วัยหลังเกษียณ ควรออมให้น้อยลงเหลือเพียง 25% ของรายได้ ลงทุนในหุ้นอีก 20% และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อพักผ่อนและท่องเที่ยว การลงทุนหลังเกษียณควร สร้างรายได้ที่มีความแน่นอนและปลอดภัย เช่น การซื้อพันธบัตรออมทรัพย์

จะเห็นว่าการออมมีความ สำคัญกับคุณในทุกช่วงจังหวะของชีวิต มาเริ่มต้นสร้างวินัย การออมตั้งแต่วันนี้ เพื่อความสุขในบั้นปลายชีวิตที่รอคุณอยู่

ให้บริการปรึกษาวางแผนการเงิน
* การลงทุน หุ้น กองทุนรวม
* วางแผนภาษี คนที่มีรายได้ประจำ รายได้อิสระ เจ้าของธุรกิจ
* ออบแบบแผนรายได้หลังเกษียณ ไม่ทำงานแล้ว จะมีรายได้จากช่องทางใดบ้าง
* วางแผนสุขภาพ  ป้องกันค่ารักษาพยาบาลก้อนโตในอนาคต ด้วยจ่ายตามจริงแบบเหมาจ่าย

ติดต่อ : วรพจน์ @ ที่ปรึกษาการเงิน “Fin2Infinity”
> Line ID : fin2infinity
> TEL : 063-2259898
> fanpage : Fin2Infinity
> ที่ตั้ง OFFICE @ อาคารพหลโยธินเพลส ติด BTS อารีย์

 

ขอบคุณรูปภาพฟรี จาก pixabay.com
ขอบคุณบทความโดย  azay-knowledge.blogspot.com

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

code