ข้อควรระวัง4 ประการก่อนทำประกันสุขภาพ

  • @wollapoch
  • 15/05/2017
  • 0
ข้อควรระวัง4 ประการก่อนทำประกันสุขภาพ

บ่อยครั้งที่การทำประกันกลายเป็นปัญหาที่สร้างเรื่องปวดหัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ทำประกันไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้เข้าใจอย่างแท้จริงนำไปสู่การทำประกันบนพื้นฐานความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ผู้ทำประกันควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆให้เข้าใจ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้รวบรวมข้อควรระวังในการทำประกัน 4 ประการซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาฝากกัน ดังนี้

  1. ข้อยกเว้นที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพไม่ให้ความคุ้มครอง ข้อยกเว้นคือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ว่าบริษัทประกันภัยอาจไม่ให้ความคุ้มครอง หรือสามารถปฏิเสธความคุ้มครองได้กรณีมีเหตุการณ์ตามข้อยกเว้นเกิดขึ้น ดังนั้น ผู้เอาประกันภัยจึงควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวกับเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำประกัน ทั้งนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันของทั้งผู้รับประกันภัยและผู้เอาประกันภัย โดยในที่นี้จะขอนำตัวอย่างข้อยกเว้นที่พบบ่อยครั้งว่าผู้เอาประกันไม่ทราบว่ากรมธรรม์ไม่ให้ความคุ้มครอง เช่น ข้อยกเว้นความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลด้านความสวยความงาม เช่น รักษาสิว ฝ้า กระ หรือผมร่วง, ข้อยกเว้นความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่ไม่เป็นการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น การนวดกดจุด การฝังเข็ม เป็นต้น
  2. โรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันสุขภาพ ภาวะหรืออาการต่างๆของโรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันสุขภาพถูกระบุไว้ในกรมธรรม์ว่าบริษัทประกันจะไม่ให้ความคุ้มครอง ในกรณีเช่นนี้จะพบได้บ่อยในกลุ่มคนที่ทำประกันสุขภาพแล้วเรียกร้องค่าสินไหมจากการรักษาพยาบาลจากโรคเก่าที่เป็นเรื้อรังมานานแล้วรักษาไม่หายขาด ซึ่งบริษัทประกันสามารถตรวจสอบได้ด้วยการขอดูประวัติการรักษาพยาบาลจากฐานข้อมูลของโรงพยาบาลต่างๆโดยได้รับความยินยอมของผู้เอาประกันก่อนการอนุมัติจ่ายค่าสินไหมทดแทน ทั้งนี้การที่บริษัทประกันจะขอตรวจสอบประวัติย้อนหลังดังกล่าวหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหมทดแทนของบริษัทประกัน
  3. ระยะเวลารอคอยหลังจากทำประกันสุขภาพ เงื่อนไขข้อนี้ถูกกำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยของทุกบริษัทแต่อาจมีความแตกต่างกันออกไปในเรื่องของระยะเวลา โดยทั่วไปกรมธรรม์ประกันสุขภาพจะมีระยะเวลารอคอยสำหรับการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นภายใน 30 วันแรกนับตั้งแต่วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับใช้ ซึ่งหากมีค่ารักษาพยาบาลเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากอะไรก็ตามผู้เอาประกันจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือหากมีอาการเจ็บป่วยเฉพาะโรคตามที่ระบุไว้จะมีระยะเวลารอคอยเพิ่มขึ้นไปอีกเป็น 120 วันนับตั้งแต่กรมธรรม์มีผลบังคับใช้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาให้หายขาดได้ยาก หรือโรคที่มีค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูงเพราะต้องทำการผ่าตัดเพื่อแก้ไขจึงทำให้มีระยะเวลารอคอยที่นานกว่า ยกตัวอย่างเช่น
  • เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
  • ริดสีดวงทวาร
  • นิ่วทุกชนิด
  • ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
  • การตัดต่อมทอนซิล
  • ไส้เลื่อนทุกชนิด
  • เส้นเลือดขอดที่ขา
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

โดยก่อนทำประกันสุขภาพ บริษัทประกันจะให้ผู้ทำประกันกรอกข้อมูลในแบบคำขอเอาประกันซึ่งจะมีส่วนที่ต้องให้คำรับรองและแถลงเรื่องสุขภาพ ตรงนี้ผู้ทำประกันจะต้องแถลงข้อมูลอย่างเปิดเผยตามความเป็นจริงและไม่ควรปิดบังทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวผู้ทำประกันเอง เพราะการที่ผู้ทำประกันมีปัญหาด้านสุขภาพมาก่อนจนเป็นเหตุให้บริษัทประกันปฏิเสธไม่ขอทำสัญญา หรือรับประกันโดยเรียกเบี้ยประกันสูงขึ้น ยังดีกว่าการที่บริษัทประกันอนุมัติรับทำประกันไปแล้ว แต่ไปสืบทราบภายหลังว่าความจริงผู้เอาประกันปิดบังข้อมูลด้านสุขภาพ หรือแถลงข้อมูลเป็นเท็จ หากเป็นเช่นนั้นบริษัทประกันภัยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาประกันสุขภาพดังกล่าวได้ตามกฎหมายซึ่งจะทำให้ผู้ทำประกันเสียสิทธิในความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตรงนี้ไป เพราะหากแถลงข้อมูลอย่างเปิดเผยแล้ว แม้ผู้เอาประกันจะมีปัญหาสุขภาพก็ตาม แต่บริษัทประกันอาจพิจารณารับประกันโดยให้ความคุ้มครองโรคอื่นๆ เพียงแต่ยกเว้นโรคที่เป็นอยู่ก่อนเท่านั้น

ให้บริการปรึกษาวางแผนการเงิน
* การลงทุน หุ้น กองทุนรวม
* วางแผนภาษี คนที่มีรายได้ประจำ รายได้อิสระ เจ้าของธุรกิจ
* ออบแบบแผนรายได้หลังเกษียณ ไม่ทำงานแล้ว จะมีรายได้จากช่องทางใดบ้าง
* วางแผนสุขภาพ  ป้องกันค่ารักษาพยาบาลก้อนโตในอนาคต ด้วยจ่ายตามจริงแบบเหมาจ่าย

ติดต่อ : วรพจน์ @ ที่ปรึกษาการเงิน “Fin2Infinity”
> Line ID : fin2infinity
> TEL : 063-2259898
> fanpage : Fin2Infinity
> ที่ตั้ง OFFICE @ อาคารพหลโยธินเพลส ติด BTS อารีย์

ขอบคุณรูปภาพฟรี จาก pixabay.com
บทความโดย MoneyCare

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

code