แบบประกันชีวิตเพื่อการลดหย่อนภาษี

  • @wollapoch
  • 19/05/2017
  • 0
วางแผนภาษี

สิทธิประโยชน์ทางภาษีจัดว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ช่วยจูงใจให้คนทั่วไปสนใจทำประกันชีวิต กล่าวคือเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไปในแต่ละปีนั้นสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาได้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการทำประกันชีวิต ซึ่งภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยผ่านการออกนโยบายที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ประชาชน ทั้งนี้นอกจากสิทธิประโยชน์ในด้านภาษีที่จะได้รับแล้ว การทำประกันชีวิตยังได้รับความคุ้มครองและสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้เอาประกันภัย อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจสำหรับสังคมโดยรวมอีกด้วย โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องแบบการทำประกันชีวิตที่สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ว่าต้องทำแบบไหน และมีหลักเกณฑ์ในการลดหย่อนภาษีอย่างไรบ้าง

สำหรับเบี้ยประกันชีวิตที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ แบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบตามเงื่อนไขที่สรรพากรกำหนด คือ

  1. เบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไป ตามเงื่อนไข ดังนี้
  • ค่าเบี้ยสำหรับการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือประกันชีวิตแบบตลอดชีพ นำมาหักลดหย่อนได้รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท หรือตามจำนวนที่จ่ายจริง
  • นำมาหักลดหย่อนได้เฉพาะเบี้ยตามความคุ้มครองหลัก ไม่รวมเบี้ยประกันสำหรับสัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมสุขภาพหรืออุบัติเหตุ
  • นำมาหักลดหย่อนได้เฉพาะการทำประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
  • ผลประโยชน์ตอบแทนหรือเงินปันผลที่เกิดขึ้นจากการทำประกันชีวิตต้องมีจำนวนไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไปในแต่ละปี
  • บริษัทประกันที่รับทำสัญญาประกันชีวิตนั้นต้องมีการประกอบกิจการประกันชีวิตในประเทศไทย
  1. ประกันชีวิตแบบบำนาญ ตามเงื่อนไข ดังนี้
    • ค่าเบี้ยสำหรับการทำประกันชีวิตแบบบำนาญของผู้มีเงินได้ โดยนำมาหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 200,000 บาท แล้วแต่จำนวนใดจะน้อยกว่าก็ให้ใช้จำนวนนั้นในการคำนวณหักลดหย่อน
    • เป็นประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
    • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และรวมกับเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม RMF แล้วต้องมีจำนวนไม่เกิน 500,000 บาท
    • มีกำหนดการจ่ายผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันภัยเป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ
    • มีการกำหนดช่วงอายุที่จะจ่ายผลประโยชน์ให้กับผู้เอาประกันภัย ซึ่งโดยทั่วไปจะกำหนดไว้ที่ 55 ปี ถึง 85 ปี หรือมากกว่า 85 ปี
    • บริษัทประกันที่รับทำสัญญาประกันชีวิตแบบบำนาญนั้นต้องมีการประกอบกิจการประกันชีวิตในประเทศไทย

ดังนั้น การทำประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษีนั้น จึงสามารถนำเบี้ยประกันมาหักลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท โดยแบ่งเป็นประกันชีวิตแบบทั่วไปหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท กับประกันชีวิตแบบบำนาญหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย ดังนั้นหากมีการวางแผนภาษีที่ดีด้วยการทำประกันชีวิตก็จะทำให้ผู้มีเงินได้สามารถนำค่าเบี้ยที่จ่ายไปมาใช้หักลดหย่อนภาษีได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่คุ้มค่าอีกด้วย

ให้บริการปรึกษาวางแผนการเงิน
* การลงทุน หุ้น กองทุนรวม
* วางแผนภาษี คนที่มีรายได้ประจำ รายได้อิสระ เจ้าของธุรกิจ
* ออบแบบแผนรายได้หลังเกษียณ ไม่ทำงานแล้ว จะมีรายได้จากช่องทางใดบ้าง
* วางแผนสุขภาพ  ป้องกันค่ารักษาพยาบาลก้อนโตในอนาคต ด้วยจ่ายตามจริงแบบเหมาจ่าย

ติดต่อ : วรพจน์ @ ที่ปรึกษาการเงิน “Fin2Infinity”
> Line ID : fin2infinity
> TEL : 063-2259898
> fanpage : Fin2Infinity
> ที่ตั้ง OFFICE @ อาคารพหลโยธินเพลส ติด BTS อารีย์

ขอบคุณรูปภาพฟรี จาก pixabay.com
บทความโดย MoneyCare

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

code