3 ทางแก้เมื่อมีปัญหาในการส่งเบี้ยประกันชีวิต

  • @wollapoch
  • 21/05/2017
  • 0
เบี้ยประกัน

การทำประกันชีวิตคือการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตโดยเป็นการปกป้องความมั่งคั่งในทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ ซึ่งถือเป็นการวางแผนทางการเงินอย่างหนึ่งเพื่อจะบรรลุถึงเป้าหมายทางการเงินที่วางเอาไว้ เนื่องจากการออมเงินกับการลงทุนนั้นยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงในระยะยาวได้หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและส่งผลกระทบต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถบรรลุแผนการเงินที่วางเอาไว้ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและผู้ที่อยู่ในอุปการะ ดังนั้นการทำประกันชีวิตจึงถือเป็นเรื่องสำคัญในการมีอนาคตที่ดี แต่ทั้งนี้การทำประกันชีวิตก็นำมาซึ่งหน้าที่ในการนำส่งเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งในบางครั้งผู้เอาประกันอาจประสบปัญหาทางการเงินอันส่งผลให้ไม่อาจนำส่งเบี้ยประกันได้ และผู้เอาประกันภัยหลายคนก็อาจยังไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรเมื่อมีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของ 3 วิธีการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาในการส่งเบี้ยประกัน ดังนี้

1.ใช้มูลค่าเวนคืนเงินสด (Cash Surrender Value)

เป็นวิธีการยกเลิกกรมธรรม์สำหรับผู้ทำประกันที่ต้องการปิดกรมธรรม์ ส่งผลให้สัญญาประกันและความคุ้มครองต่าง ๆ สิ้นสุดลง โดยผู้ทำประกันหมดภาระหน้าที่ในการส่งเบี้ยประกันและได้รับเงินสดคืนจำนวนหนึ่ง ซึ่งจำนวนเงินที่ได้รับคืนจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ได้ส่งเบี้ยประกันมา กล่าวคือยิ่งส่งเบี้ยประกันเป็นระยะเวลานานจำนวนเงินสดที่ได้รับคืนก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามปีที่ส่งเบี้ยประกัน โดยวิธีการนี้สามารถเรียกสั้น ๆ โดยสรุปได้ว่า “ยกเลิกกรมธรรม์ ผู้เอาประกันรับเงินคืนตามส่วน”

2.ใช้มูลค่ากรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ (Reduced Paid-Up)

วิธีนี้ไม่ถือเป็นการยกเลิกกรมธรรม์เนื่องจากความคุ้มครองยังคงอยู่และมีระยะเวลาคุ้มครองเท่าเดิม แต่จะลดทุนประกันลง โดยผู้เอาประกันหมดภาระหน้าที่ในการนำส่งเบี้ยประกัน สัญญาประกันชีวิตยังคงมีผลผูกพันผู้เอาประกันกับบริษัทประกันอยู่ ซึ่งหากผู้เอาประกันเสียชีวิตบริษัทก็มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินให้ผู้รับประโยชน์ตามจำนวนทุนประกันภัยที่ลดลง หรือหากเป็นกรมธรรม์ชีวิตแบบสะสมทรัพย์เมื่อผู้เอาประกันมีอายุครบตามที่กำหนดไว้ในสัญญาก็จะได้รับเงินคืนตามจำนวนทุนประกันที่ลดลง โดยวิธีการนี้สามารถเรียกสั้น ๆ โดยสรุปได้ว่า “ลดทุนประกันลง คงระยะเวลาคุ้มครอง”

3.ใช้มูลค่าขยายเวลา (Extended Term Insurance)

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ถึงกับเป็นการยกเลิกกรมธรรม์ โดยจำนวนเงินที่คุ้มครองตามกรมธรรม์ยังเท่าเดิม แต่ระยะเวลาความคุ้มครองจะลดลง และผู้เอาประกันหมดภาระหน้าที่ในการส่งเบี้ยประกัน ยกตัวอย่างเช่น จากเดิมที่กรมธรรม์จะคุ้มครองถึงอายุ 90 ปี ก็จะลดลงเหลือแค่คุ้มครองต่อไปอีก 3 ปี ทั้งนี้ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่าง (รายละเอียดที่ถูกต้องโปรดศึกษาตารางคำนวณในกรมธรรม์ของท่านและปรึกษาตัวแทนประกัน) โดยวิธีการนี้สามารถเรียกสั้นๆโดยสรุปได้ว่า “ลดระยะเวลาคุ้มครอง ประคองทุนประกันเดิม”

สำหรับ 3 วิธีการที่กล่าวมานั้นคงจะพอช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถตัดสินใจเลือกทางออกที่เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุดเมื่อมีปัญหาในการนำส่งเบี้ยประกันภัยเกิดขึ้น ทั้งนี้จะเป็นการช่วยให้เบี้ยประกันที่จ่ายมาตั้งแต่ต้นไม่สูญเปล่าและเลือกรับประโยชน์จากกรมธรรม์ได้ตามความเหมาะสม

ให้บริการปรึกษาวางแผนการเงิน
* การลงทุน หุ้น กองทุนรวม
* วางแผนภาษี คนที่มีรายได้ประจำ รายได้อิสระ เจ้าของธุรกิจ
* ออบแบบแผนรายได้หลังเกษียณ ไม่ทำงานแล้ว จะมีรายได้จากช่องทางใดบ้าง
* วางแผนสุขภาพ  ป้องกันค่ารักษาพยาบาลก้อนโตในอนาคต ด้วยจ่ายตามจริงแบบเหมาจ่าย

ติดต่อ : วรพจน์ @ ที่ปรึกษาการเงิน “Fin2Infinity”
> Line ID : fin2infinity
> TEL : 063-2259898
> fanpage : Fin2Infinity
> ที่ตั้ง OFFICE @ อาคารพหลโยธินเพลส ติด BTS อารีย์

ขอบคุณรูปภาพฟรี จาก pixabay.com
บทความโดย MoneyCare

Previous «
Next »

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

code